วัดพระศรีรัตนศาสดาราม : สถาปัตยกรรมไทยในพระบรมมหาราชวัง
“วัดพระศรีรัตนศาสดาราม” หรือเรียกกันอย่างง่ายๆว่า “วัดพระแก้ว” เป็นพระอารามหลวง ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระบรมมหาราชวัง มีพระประธานในพระอุโบสถ คือ “พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร” หรือ “พระแก้วมรกต”
ย้อนไปในปี พ.ศ.2325 เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ทรงย้ายเมืองหลวงจากฝั่งธนบุรีข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาฝั่งพระนคร พระองค์ได้ทรงสร้างพระบรมมหาราชวังขึ้น รวมทั้งได้สร้างวัดภายในวังหลวงขึ้นเพื่อเป็นที่สำหรับประกอบพระราชกุศล และเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่ทรงอันเชิญมาจากเวียงจันทน์ วัดนี้จึงมีแต่ส่วนพุทธาวาส ไม่มีส่วนสังฆาวาสให้พระสงฆ์จำพรรษา
![]() |
| พระระเบียง |
![]() |
| ภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่องรามเกียรติ์ |
เมื่อก้าวผ่านซุ้มประตูเข้ามาสิ่งที่ดึงดูดความสนใจเป็นอย่างแรกเมื่อเข้ามาในวัดคือ "พระระเบียง" ซึ่งเต็มไปด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังว่าด้วยเรื่องของ "รามเกียรติ์" โดยจุดเริ่มต้นของเรื่องจะอยู่ตรงกับประตูของวิหารยอด และควรเดินวนขวาเพื่อชมเนื้อเรื่องไปตามลำดับ
โดยทั่วไปพระระเบียงมักจะสร้างขึ้นล้อมรอบ พระอุโบสถหรือพระวิหาร แต่สำหรับวัดนี้ พระระเบียงเป็นอาคารที่สร้างขึ้นเพื่อโอบล้อมอาคารทุกหลังในวัดให้แยกจากเขตพระราชฐานของพระบรมมหาราชวัง
![]() |
| หลังคาพระอุโบสถ |
สิ่งที่ทุกคนที่มาที่นี่มุ่งเข้าไปเป็นอย่างแรก คือ "พระอุโบสถ" ที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต ตั้งอยู่ส่วนกลางของวัด โดยมีกำแพงแก้วล้อมรอบ หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผาเคลือบสีน้ำเงิน มีลวดสีเหลืองและมีเชิงเป็นสีแดง ซึ่งกระเบื้องที่ใช้ในการมุงเหล่านี้ผลิตขึ้นในไทยเป็นครั้งแรก
พระอุโบสถจะล้อมรอบด้วยเสาหานและเสานางเรียง ผนังด้านนอกเป็นลายกระหนกก้านแย่งทรงข้าวบิณฑ์ ดอกในทำด้วยดินเผาปิดทองประดับกระจกสีเหลือง ส่วนฐานปัทม์ตั้งรูปครุฑยุดนาคเครื่องรูปสังวาล จำนวน ๑๑๒ ตัวโดยรอบ ตอนล่างบุกระเบื้องเคลือบเขียนลายต้นไม้ดอกไม้แบบจีน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความผสมผสานระหว่างไทย-จีนที่มีต่อเนื่องกันมายาวนาน
![]() |
| ฐานปัทม์ตั้งรูปครุฑยุดนาค |
ทิศใต้ของพระอุโบสถจะพบกับ "หอระฆัง" แม้จะไม่มีกิจให้ต้องใช้ระฆังบ่อยนัก แต่ก็สร้างขึ้นเพื่อให้ครบตามระเบียบของการสร้างวัด เชื่อกันว่าระฆังที่อยู่บนยอดของหอระฆังนี้ ขุดพบที่วัดระฆัง และกล่าวกันว่ามีเสียงที่ไพเราะกังวานมาก
นอกจากพระอุโบสถแล้ว ภายในวัดพระแก้วยังประกอบไปด้วยอาคารที่สำคัญอีกหลายอาคาร ทางทิศเหนือของพระอุโบสถคือ "พระมณฑป" ตั้งอยู่บนฐานไพทีร่วมของพระศรีรัตนเจดีย์ และปราสาทเทพพระบิดร พระฆณฑปเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมทรงมณฑป ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณ ๓ ชั้น มีการย่อมุมและประดับลวดลายตามองค์ประกอบของอาคารไว้อย่างงดงาม
![]() |
| พระมณฑป |
ถัดจากพระมณฑปมาทางทิศตะวันออกเป็น "ปราสาทพระเทพบิดร" แต่ก่อนเรียกกันว่า "พระพุทธปรางค์ปราสาท" เป็นอาคารจตุรมุขทรงไทย หลังคามีมุขลด ๔ ชั้น ยกเว้นทิศตะวันออกที่จะมีมุขลดเพิ่มอีกชั้นหนึ่งเพื่อเน้นทางเข้า ยกยอดปราสาทเป็นทรงปรางค์ประดับกระกระเบื้องเคลือบสีทั้งหลังตั้งแต่ยอดถึงฐาน ซึ่งการประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้านี้เองทำให้อาคารนี้ดูแปลกตากว่าอาคารอื่นๆ และอีกสิ่งที่น่าสนใจซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวก็คือสัตว์หิมพานต์ที่ตั้งอยู่รายรอบปราสาทพระเทพบิดร
![]() |
| ปราสาทพระเทพบิดร |
![]() |
| พระศรีรัตนเจดีย์ |
และไม่ว่าจะมองจากมุมใดของวัดพระแก้วก็จะพบกับเจดีย์สีทองอร่าม หรือ "พระศรีรัตนเจดีย์" เป็นเจดีย์ทรงกลมแบบลังกาตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของฐานไพที รูปแบบเดียวกับพระเจดีย์ 3 องค์ที่วัดพระศรีสรรเพชญ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นพระเจดีย์ก่ออิฐถือปูนประดับกระเบื้องโมเสกทองทั้งองค์ ภายในกลวงเป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์องค์เล็กบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
ในวัดพระศรีรัตนศาสดารามแห่งนี้ ยังมีรายละเอียดอีกหลายสิ่งที่น่าสนใจและควรแก่ศึกษา เนื่องจากเป็นวัดที่มีความเป็นมายาวนานทำให้เราสามารถศึกษางานสถาปัตยกรรมไทย จิตรกรรม ปฏิมากรรม รวมไปถึงงานฝีมือและศิลปกรรมต่างๆ ได้ในหลายรัชสมัย นอกจากความงดงามและวิจิตรบรรจงที่วัดนี้ได้แสดงให้เห็นต่อสายตาชาวโลกแล้ว วัดนี้ยังแสดงถึงการผสมผสานของศิลปวัฒนธรรมในแต่ละรัชสมัยอีกด้วย เช่น การเข้ามามีบทบาทของรูปแบบลวดลายจีนและการใช้กระเบื้องเคลือบ เป็นต้น
นอกจากนี้ วัดพระศรีรัตนศาสดารามยังเป็นศูนย์รวมทางจิตใจและเป็นการธำรงพระพุทธศาสนาไว้เป็นศาสนาประจำชาติ ตั้งแต่เริ่มสร้างกรุงรัตนโกสินทร์เป็นต้นมา พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างและบูรณะปฏิสังขรณ์วัดนี้มาโดยตลอด และทุกครั้งก็ล้วนทำด้วยความประณีตบรรจง จนมีความงดงามคงอยู่มาจนปัจจุบัน เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่า ยากจะหาสิ่งใดมาเสมอเหมือนได้...
บทความและภาพประกอบโดย : น.ส.เบญจวรรณ สิทธิเดช 51020039











ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น